ร้อยไหม กระชับปรับรูปหน้า

ร้อยไหม

การร้อยไหม คือ เทคนิคที่นำมาใช้ช่วยยกกระชับ ฟื้นฟูสภาพผิว ลดเลือนริ้วรอยและปรับรูปหน้า หลักการของเทคนิคนี้ คือ การใช้ไหมร้อยเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อให้เกิดความกระชับเต่งตึง ไหมที่ใช้เป็นไหมละลายชนิดพิเศษที่ผลิตมาโดยเฉพาะ(ไม่ใช่ไหมละลายที่ใช้ในการเย็บแผลทั่วไป) ไหมที่ใช้ในกระบวนการนี้ผลิตจากวัสดุหลากหลายแบบ แต่ชนิดที่นำมาใช้อันแรกๆ และยังนิยมใช้กันมากที่สุดคือไหมละลาย PDO ทำจากโพลีไดออกซาโนน (Polydioxanone) เป็นวัสดุเดียวกับที่ใช้ทำไหมเย็บเส้นเลือดหัวใจ นอกจากไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้แล้วขบวนการหลังการเย็บด้วยไหมยังแข็งแรงแต่ไม่ระคายเคืองเนื้อเยื่อ ไหมจากวัสดุอื่นๆ ก็มีการพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการร้อยไหมได้ดีขึ้น เช่น ไหม p(LA-CL) polylactide-carprolactone ไหมต่างๆ เหล่านี้มีการตรวจสอบความปลอดภัยก่อนการนำเข้า และได้รับการรับรองความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

การร้อยไหมเข้าไปบริเวณใต้ผิวหนัง ผิวหนังบริเวณนั้นจะถูกดึงรั้งและยกขึ้นตามทิศทางแนวของการร้อยเป็นขบวนการแรก หลังจากนั้นร่างกายจะสร้างขบวนการการอักเสบ ทำให้เกิดการสร้างเส้นเลือดใหม่ หลั่งสารที่จำเป็นในการสร้างเนื้อเยื่อ มีผลทำให้เกิดการกระตุ้นเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างเส้นใยคอลลาเจน ให้สร้างคอลลาเจนใหม่มาพันรอบแนวเส้นไหม มีผลให้เกิดการดึงรั้งผิวหน้า ทำให้ผิวหน้าเต่งตึงและกระชับ พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตมาเลี้ยงชั้นผิวหนังเพิ่มขึ้นด้วย เป็นกระบวนการที่สอง หลังจาก 3 เดือน จะเข้าสู่กระบวนการละลายของเส้นไหมและการหดตัวของเส้นใยคลอลาเจนที่สร้างมา ทำให้หน้ากระชับมากขึ้น ได้รูปทรงและอ่อนเยาว์ เป็นกระบวนการที่สาม ไหมสลายตัวได้หมดภายใน 8 เดือน และจะให้ประสิทธิผลต่อผิวหนังในระยะเวลาประมาณ 2 ปี

ชนิดของเส้นไหมที่นิยมใช้มี 4 แบบ ดังนี้

1. เส้นไหมเรียบเส้นเดี่ยว (Mono threads) : เป็นไหมเส้นเรียบ ไม่มีเงี่ยง ปุ่มเหรือเกลียว ส่วนใหญ่จะใช้ร้อยไหมชนิดนี้บริเวณคอ หน้าผาก และใต้ตา เส้นไหมชนิดนี้จะช่วยให้ผิวหนังเต่งตึงแต่ช่วยในการยกได้น้อย เนื่องจากข้อจำกัดในการดึงของตัวไหม อาศัยหลักการสร้างคลอลาเจนอิลาสตินใต้ผิวหนังที่ทำการร้อยมากกว่าการดึงผิว

2. เส้นไหมเงี่ยง (Cog threads) : เป็นไหมที่ขนาดใหญ่ขึ้นมีเงี่ยงตลอดแนวไหม เพื่อทำหน้าที่ยึดเกาะด้านในชั้นผิวหนัง เงี่ยงมีประโยชน์ทำหน้าที่คล้ายโครงสร้างที่จะช่วยยกเนื้อเยื่อหรือผิวหนังที่หย่อนยานขึ้นไปตามแนวไหม คอลลาเจนจะถูกกระตุ้นให้มีการสร้างขึ้นใหม่รอบเส้นไหมและบริเวณเงี่ยง เส้นไหมชนิดนี้เหมาะกับการยกกระชับ ปรับรูปหน้าให้เรียว ดึงผิวได้มากกว่าไหมสองชนิดแรก จึงใช้ในการวางแผนการดึงผิวในบริเวณที่มีความหย่อนคล้อยมาก เช่น กรอบหน้า ใต้คาง

3.เส้นไหมแขวน (Sling Lift) : เป็นไหมพัฒนาใหม่ ลักษณะเป็นไหมเงี่ยงติดเข็มสองด้าน ระหว่างสองด้านของเส้นไหมออกแบบมาให้เป็นจุดดึงเพื่อให้เกิดแรงที่มากขึ้นของไหมเงี่ยงสองด้านดึงเข้าหากัน ต้องอาศัยการออกแบบและแนวการร้อยโดยเฉพาะเพื่อให้เกิดแรงดึงที่เหมาะสมในการดึงหน้าและจัดรูปหน้าให้ละมุนละมัย เหมาะสำหรับการเก็บความหย่อนคล้อยในบริเวณที่ดึงโดยทั่วไปทำได้ยาก เช่น มุมปาก กรอบหน้า โหนกแก้ม

4.เส้นไหม 360 องศา (Thread Jim Lift Inverted V Lock) : Thead Lift ร้อยไหมเงี่ยงรุ่นล่าสุดลักษณะเป็นเส้นไหมทรงกระบอก มีเงี่ยงตลอดแนวไหมเกลียว 360 องศา มีความยืดหยุ่น ปริมาณเนื้อไหมมาก มีจุดแขวนหรือจุดคล้องใต้ผิวหนังบริเวณขมับ เหนือใบหู ซึ่งอยู่ในชั้นที่เรียกว่า SMAS จึงคล้ายกับการผ่าตัดขนาดเล็ก เหมาะกับการยกกระชับ ปรับรูปหน้าให้เรียว และยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตมาเลี้ยงชั้นผิวหนัง หลังร้อยไหมเห็นผลชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรก

โดยสรุปการร้อยไหมมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงหลายอย่าง ตั้งแต่การเลือกวัสดุที่ผลิตไหม ชนิดของไหม รูปแบบความหย่อนคล้อย ของผิวว่าควรจะใช้ไหมชนิดไหน เทคนิคอะไรในการรักษาให้ได้ผลดี คุ้มค่าการลงทุนทั้งเงิน เวลา ความเสี่ยง ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ คลินิกที่เชื่อถือได้ เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุดและปลอดภัย

Q&A

1.ร้อยไหมมีความเสี่ยงมั้ยคะ?

การร้อยไหมเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนประมาณร้อยละ 15-20 ซึ่งส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและแก้ไขได้ ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ มีดังนี้

  • ใบหน้าไม่เท่ากัน : คนไข้อาจมีใบหน้าไม่เท่ากันอยุู่แล้วหรือเกิดความไม่เท่ากันของใบหน้าจากการบวมหลังการร้อยไหม

  • การติดเชื้อ : เป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้น้อย เพราะใช้กระบวนการฆ่าเชื้อและทำภายใต้ Sterile technique เสมอ เพื่อความปลอดภัย

  • การอักเสบของเนื้อเยื่อ : เนื่องจากไหมจะถูกร้อยลงไปที่บริเวณผิวหนังชั้นค่อนข้างลึก จึงเสี่ยงทำให้เกิดกลุ่มเนื้อเยื่อที่อักเสบขึ้นได้

    ไหมหลุดออกมา : หลังจากสอดเส้นไหมเข้าไปใต้ผิวหนัง แพทย์จะตัดปลายไหมส่วนเกินออก เพราะหากไหมยื่นออกมา คนไข้อาจเสี่ยงเกิดการติดเชื้อและการอักเสบของเนื้อเยื่อตามมา

  • ไหมแตกหัก : เส้นไหมอาจเกิดการแตกหักในระหว่างขั้นตอนการสอดเข้าไปใต้ผิวหนังหรือขณะดึงรัดเส้นไหม

ฉะนั้นการเลือกคุณหมอที่มีความเชี่ยวชาญและสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานมีความสำคัญมาก เพราะจะช่วยลดโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้ค่ะ

ราคา

  • Mono threads ราคาเริ่มต้น 6,000 บาท

  • Cog threads ราคาเริ่มต้น 12,000 บาท

  • Sling Lift ราคาเริ่มต้น 65,000  บาท

  • Thread Jim Lift Inverted V Lock ราคาเริ่มต้น 49,000 บาท

Scroll to Top
%d bloggers like this: